การจัดทัพป้องกันปราสาทที่ดีที่สุด
บทความนี้อยากเขียนมานานแล้ว เพราะตัวผมเองก็จัดทัพป้องกันปราสาทผิดมาเป็นเวลานาน จนต้องเจ็บตัวจากการถูกยึดปราสาทไม่กี่ครั้งอันไม่พึงประสงค์ ผมเคยโยนหน่วยที่แข็งแกร่งที่สุดที่มีขึ้นไปบนกำแพงแล้วสงสัยว่าทำไมมันถึงพังอยู่เรื่อย ความจริงง่ายมาก ผู้โจมตีจะเลือกโจมตีฝั่งที่ป้องกันอ่อนแอที่สุดเสมอแล้วบุกทลายตรงจุดนั้น ทัพที่ผมจะอธิบายในบทความนี้คือทัพที่ผมใช้อยู่ตอนนี้ ครอบคลุมทั้งการต่อสู้ระยะประชิดและการรับมือหน่วยระยะไกล ครบทั้งสามฝั่งของกำแพงและเฟสที่สองที่ลานปราสาท และมีเรื่องหนึ่งที่ควรจำให้ขึ้นใจยิ่งกว่าอย่างอื่น ค่าป้องกันระยะประชิดคือค่าเดียวที่ผู้โจมตีไม่สามารถลดทอนด้วยเครื่องมือใดๆ ได้ นี่คือเหตุผลที่การป้องกันที่ดีทุกแบบต้องสร้างจากหน่วยประชิดตัวเป็นแกนหลัก
ทำไมหน่วยประชิดตัวถึงเป็นรากฐานที่ไม่มีใครเอาชนะได้
ผู้โจมตีมีเครื่องมือมากมายที่ใช้ลดทอนการป้องกันของคุณ เช่นระเบิดปูนขาวและของเล่นแบบเดียวกันที่ลดความแข็งแกร่งของกำแพง คูเมือง และการป้องกันระยะไกลได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขาทำไม่ได้เลยคือลดค่าป้องกันระยะประชิดของทหารคุณ นี่คือเหตุผลที่ต้องสร้างรากฐานจากหน่วยป้องกันระยะประชิดเสมอ แล้วค่อยปรับส่วนที่เหลือรอบๆ มัน
กระดูกสันหลังของการป้องกันระยะประชิดของผมคือนักดาบทหารผ่านศึก เป็นหน่วยพื้นฐานที่ควรมีบนกำแพงให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ส่วนหน่วยระดับพรีเมียมกว่านั้นให้มองหาผู้พิทักษ์น้ำแข็งแห่งอเมซอน หน่วยนี้ยืนกำแพงแน่นเหมือนปูน และเป็นหนึ่งในหน่วยป้องกันระยะประชิดที่ดีที่สุดที่คุณจะมีได้ ทั้งสองหน่วยนี้รวมกันเป็นโครงหลักที่รับมือทหารราบและทุกอย่างที่ปีนบันไดขึ้นมา
และมีเรื่องหนึ่งที่ผมต้องเลิกทำ อย่าผสมหน่วยระยะไกลเข้ามาในจุดนี้โดยไม่จำเป็น เพราะในการต่อสู้ระยะประชิดพวกเขาแทบไม่มีประโยชน์ และจะแย่งพื้นที่ที่ควรเป็นของหน่วยป้องกันตัวจริงไปเปล่าๆ
การรับมือหน่วยระยะไกล อีกครึ่งหนึ่งของสมการ
ผู้โจมตีแทบไม่เคยส่งหน่วยประชิดตัวล้วนๆ เข้ามา ถ้าคุณไม่มีการป้องกันหน่วยระยะไกล เขาจะระดมนักธนูใส่คุณจนทหารร่วงก่อนที่จะแตะกำแพงด้วยซ้ำ ทางเลือกในจุดนี้ชัดเจนมาก นักธนูคอมโพสิตทหารผ่านศึกคือแกนหลักของการป้องกันระยะไกล ควรมีในจำนวนที่เหมาะสมในทุกฝั่งของกำแพง
แต่ต้องรู้ไว้ว่ามีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง คือการป้องกันระยะไกลนี้แหละที่ผู้โจมตีสามารถใช้เครื่องมือลดทอนได้ ต่างจากหน่วยประชิดตัว ดังนั้นอย่าใช้หน่วยระยะไกลมากเกินไป ให้มองว่าเป็นส่วนเสริมที่อุดช่องว่าง ไม่ใช่กำลังหลัก เป้าหมายคือไม่ให้ศัตรูมีมุมที่ได้เปรียบเลยไม่ว่าจะส่งหน่วยประชิดตัวหรือหน่วยระยะไกลมา ต้องเจอกับการป้องกันที่ผลักดันเขากลับไปได้เสมอ
สัดส่วนหน่วยประชิดตัวกับหน่วยระยะไกลต่อกำแพงหนึ่งด้าน
หัวใจสำคัญคือสัดส่วน แต่ไม่ใช่แบบที่คุณอาจคาดไว้ มาตรฐานที่คอมมูนิตี้ใช้กันไม่ใช่ครึ่งต่อครึ่ง แต่พิสูจน์แล้วว่าประมาณ 75 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์เป็นหน่วยป้องกันระยะประชิด และแค่ 20 ถึง 25 เปอร์เซ็นต์เป็นหน่วยระยะไกล เหตุผลก็อย่างที่รู้แล้ว คือค่าป้องกันระยะประชิดถูกลดทอนไม่ได้ ในขณะที่การป้องกันระยะไกลถูกเครื่องมือลดทอนได้ จึงไม่มีเหตุผลที่จะทุ่มครึ่งหนึ่งของกำลังพลไปกับมัน ผมเองเคยใช้อัตราส่วนประมาณครึ่งต่อครึ่งมาก่อนและคิดว่ามันสมเหตุสมผลดี จนกระทั่งเปลี่ยนมาเน้นหน่วยประชิดตัวมากขึ้น การโจมตีที่เคยทะลวงผ่านได้ก็เริ่มพังลงทันที
ดังนั้นให้ใส่นักดาบทหารผ่านศึกและผู้พิทักษ์น้ำแข็งแห่งอเมซอนเป็นฐานหลัก แล้วเพิ่มนักธนูคอมโพสิตทหารผ่านศึกเข้ามาเป็นม่านป้องกันระยะไกลจำนวนน้อยแต่จำเป็น แต่อย่าใส่หน่วยแบบเดียวลงกำแพงเด็ดขาด ถ้าคุณใส่แต่หน่วยประชิดตัวล้วนๆ ผู้โจมตีจะอ่านออกและส่งหน่วยระยะไกลมาล้วนๆ ซึ่งคุณจะไม่มีอะไรรับมือเลย ต้องมีหน่วยระยะไกลอยู่บ้างเสมอ เพียงแต่ไม่ควรเป็นส่วนใหญ่
กำแพงสามฝั่งและลานปราสาทในฐานะเฟสที่สอง
เรื่องนี้ผู้เล่นมักมองข้ามมากที่สุด เลยขออธิบายให้ชัดเจนไปเลย กำแพงแบ่งเป็นสามฝั่งคือ ปีกซ้าย กลางที่มีประตู และปีกขวา และข้อควรระวังคือ ลานปราสาทไม่ใช่ปีกที่สามหรือจุดกึ่งกลางแต่อย่างใด ลานปราสาทเป็นเฟสการต่อสู้ที่สองแยกต่างหาก ซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้โจมตีทลายกำแพงฝั่งใดฝั่งหนึ่งสำเร็จ การจัดวางกำลังพลก็ต้องสอดคล้องกับหลักนี้
แบ่งหน่วยป้องกันให้เท่าๆ กันทั้งสามฝั่งของกำแพง และใส่หน่วยผสมครบชุดในแต่ละฝั่ง คือเน้นหน่วยประชิดตัวเป็นหลักและมีหน่วยระยะไกลจำนวนน้อยกว่า ห้ามให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งอ่อนแอกว่าฝั่งอื่นเด็ดขาด เพราะคู่ต่อสู้จะเลือกโจมตีตรงจุดที่เป็นช่องโหว่ทันที ฝั่งกลางที่มีประตูมักถูกลืมบ่อยที่สุด ตัวผมเองก็เคยเป็นแบบนี้พอดี เคยคิดไปเองนานว่าประตูจะป้องกันตัวเองได้
ส่วนที่ลานปราสาท ให้เก็บกองหนุนที่แข็งแกร่งที่สุดของหน่วยป้องกันระยะประชิดไว้ คือนักดาบทหารผ่านศึกและโดยเฉพาะผู้พิทักษ์น้ำแข็งแห่งอเมซอน ไว้เป็นแนวสุดท้ายที่จะหยุดสิ่งที่ทะลักผ่านกำแพงที่พังเข้ามา และอย่าลืมเครื่องมือบนกำแพงด้วย ระเบิดปูนขาวและอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ จะเพิ่มพลังให้หน่วยทหารของคุณทวีคูณ ดังนั้นการลงทุนในสิ่งเหล่านี้คุ้มค่าพอๆ กับการลงทุนในตัวทหารเอง
คำถามที่ผมได้รับบ่อยๆ
「แค่เอาหน่วยที่แข็งแกร่งที่สุดที่มีวางบนกำแพงก็พอแล้วไม่ใช่หรือ」 คำตอบคือไม่ และนี่น่าจะเป็นความผิดพลาดที่ผมเห็นบ่อยที่สุด ความแข็งแกร่งของหน่วยเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยอะไร ถ้ามีฝั่งใดฝั่งหนึ่งว่างเปล่าหรือมีหน่วยป้องกันแบบเดียวคลุมอยู่ ผู้โจมตีไม่ได้สนใจว่าทหารคุณแพงแค่ไหน เขาสนใจแค่ว่าช่องโหว่อยู่ตรงไหน ลองมองปราสาทตัวเองผ่านสายตาของคู่ต่อสู้ก่อนโจมตีครั้งต่อไปดู ถ้าเป็นคุณจะเลือกบุกตรงไหน ถ้าตอบคำถามนี้ได้ ก็จะรู้ทันทีว่าควรแก้ตรงไหน
ผมไม่แน่ใจ 100% ว่าสัดส่วน 75 ต่อ 25 นี้ใช้ได้กับทุกสถานการณ์และทุกเลเวลหรือเปล่า แต่สำหรับผม การเน้นหนักไปทางหน่วยประชิดตัวได้ผลดีจนไม่อยากเปลี่ยนไปใช้แบบอื่นเลย
กลับไปที่ Sestavy.